เว็บสล็อตยอดนิยม

เปิดบทเรียน “เซาธ์เกต” จากแพะรับบาป สู่ว่าที่ตำนานทีมชาติอังกฤษ เว็บสล็อตยอดนิยม

พลิกปมชีวิตที่ไม่อาจลืมของ “แกเร็ธ เซาธ์เกต” กุนซือทีมชาติอังกฤษ จากแพะรับบาปของทีมในศึกยูโร 1996 ที่กลับกลายเป็นฮีโร่ของชาติในวันนี้ เว็บสล็อตยอดนิยม

ย้อนกลับไปเมื่อราว 25 ปีที่แล้ว ชีวิตของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ในฐานะปราการหลังทีมชาติอังกฤษ เขาคือหนึ่งในขุนพลชุดความหวัง ที่จะก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ยูโรครั้งแรก บนแผ่นดินบ้านเกิด โดยมี เทอร์รี เวนาเบิลส์ เป็นแม่ทัพใหญ่ พร้อมด้วยขุนพลคู่กายที่อยู่ในวัยกำลังคึกคะนอง และพร้อมลุยทุกสังเวียน

แต่เส้นทางลุ้นแชมป์ยูโร 1996 ของทัพสิงโตคำราม กลับต้องหยุดอยู่เพียงแค่รอบตัดเชือกเท่านั้น เมื่อต้องโคจรมาพบกับ “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ และต้องดวลกันถึงฎีกา ก่อนที่ทีมชาติอังกฤษจะล้างอาถรรพณ์จุดโทษไม่สำเร็จ และ เซาธ์เกต ต้องกลายสภาพเป็น “1 เด็กโง่กับ 10 ฮีโร่” เพราะยิงจุดโทษไม่เข้า

“คุณกำลังอยู่ในเกมที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีในขณะนั้น คนทั้งชาติกำลังอยู่ในกระแส (ฟุตบอลยูโร 1996) และความรู้สึกที่ดี แต่หลังจากจบเกม คุณกลับต้องเดินออกจากสนาม โดยรู้สึกว่าเป็นคนที่รับผิดชอบต่อการตกรอบของทีม”

“ผมไม่เคยรู้สึกโกรธนะ แต่แค่เสียใจและสำนึกผิด ที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความล้มเหลวภายใต้แรงกดดันมหาศาลของสปอตไลต์ดวงใหญ่ เป็นเรื่องยากที่จะรับมือกับมันได้ ในแบบของมืออาชีพ” เซาธ์เกต กล่าวผ่าน สกาย สปอร์ตส์ เมื่อปี 2020

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ เซาธ์เกต ไม่ได้จมอยู่กับความเสียใจเพียงลำพัง เพราะเขามีรุ่นพี่อย่าง สจวร์ต เพียร์ซ ซึ่งเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ด้วยการพลาดจุดโทษในศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี คอยให้คำปรึกษาเพื่อก้าวข้ามมันไป

“ผมจำได้ว่าตอนกลับไปที่โรงแรม ผมนั่งทางอาหารเย็นอยู่กับ สจวร์ต เพียร์ซ ซึ่งเคยผ่านช่วงชีวิตแบบเดียวกันกับผม เขาบอกกับผมในทันทีว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ชีวิตผมต้องเป็นอย่างไร และเจอกับอะไรบ้าง เมื่อคุณมองย้อนกลับไปจะพบว่า นั่นคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆ”

หลังจากนั้น อดีตเด็กปั้นของคริสตัล พาเลซ ก็รับใช้ต้นสังกัดอย่าง แอสตัน วิลลา และ มิดเดิลสโบรห์ อย่างซื่อสัตย์ ก่อนได้รับโอกาสคุมทีมครั้งแรกในชีวิต บนถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดียม กับทีม “สิงห์แดง” กระทั่งก้าวเข้ามารับงานคุมทัพสิงโตยู-21 และรับไม้คุมทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ต่อจาก “บิ๊กแซม” แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่ต้องอำลาทีมไปเมื่อปี 2016

ถึงแม้ดีกรีกุนซือ และชั่วโมงบินการคุมทีมระดับชาติจะยังไม่มากพอ แต่สิ่งที่ เซาธ์เกต มีคือความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชาติบ้านเกิดของตัวเอง ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง

และตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง ที่ขยับแบบก้าวกระโดด จากทีมท็อป 20 ขึ้นมาเป็นท็อป 5 ของโลกในเวลาเพียงไม่กี่ปีแล้ว ผลงานในระดับนานาชาติ ก็ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาด้วยเช่นกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.