วิเคราะห์ 5 ประเด็นก่อนเกม : ลิเวอร์พูล พบ เรอัล มาดริด ศึก ยูฟ่า ชปล.

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีเกมสำคัญที่จะเปิดบ้านพบกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง โดยเกมแรก ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ บุกไปพ่ายมาก่อน 1-3 ทำให้นัดนี้ต้องชนะด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่าถึง 2 ประตูเพื่อโอกาสในการผ่านเข้ารอบต่อไป

ลิเวอร์พูล ถูกความยอดเยี่ยมของ วินิซิอุส จูเนียร์ กองหน้าวัย 20 ปีของ เรอัล มาดริด เผาเครื่องในเลกแรกจนทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วยสกอร์ 3-1

การประสานงานระหว่าง โทนี โครส กับ วินิซิอุส ส่งผลให้ ราชันชุดขาว ออกสตาร์ทด้วยการขึ้นนำ หงส์แดง ตั้งแต่นาทีที่ 27 ตามด้วยประตูจาก มาร์โก้ อเซนซิโอ จากความผิดพลาดของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก่อนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะสังหารประตูไล่มาเป็น 2-1 ในช่วงต้นครึ่งหลัง

อย่างไรก็ตาม วินิซิอุส คนเดิมพังประตูตอกฝาโลงให้ทีมของ ซีดาน ทิ้งห่างเป็น 3-1 ในนาทีที่ 65 และรักษาสกอร์ดังกล่าวไว้ได้จนจบเกม

แม้ เร้ดแมชีน จะเป็นฝ่ายตามหลัง 2 สกอร์แต่พวกเขาเคยสร้างปาฎิหาริย์คัมแบ็คต่อทีมจาก ลา ลีกา มาแล้วเมือปี 2019 หลังจากปราชัยต่อ บาร์เซโลนา เลกแรกที่ คัมป์นู 3-0 ก่อนจะทำเซอร์ไพรส์กลับไปอัดทัพ อาซูลกรานา ขาดลอย 4-0 ที่ คัมป์นู กรุยทางสู่ตำแหน่งแชมป์ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในที่สุด

ลิเวอร์พูล เพิ่งจะหยุดสถิติปราชัยคาบ้านในเกม พรีเมียร์ลีก 6 นัดติดต่อกันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจากชัยชนะเหนือ แอสตัน วิลลา 2-1 โดย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สังหารประตูชัยให้กับพวกเขาในช่วงท้าย

ขณะที่ เรอัล มาดริด ทำศึกหนักกับ บาร์เซโลนา และเป็นฝ่ายกำชัยด้วยสกอร์ 2-1 โดย ซีเนดีน ซีดาน ถึงกับออกโรงบ่นถึงสภาพร่างกายของลูกทีมที่กรอบสุดๆ หลังจากต้องลงเล่นโดยที่ไม่ได้มีเวลาพักมากนักตลอดฤดูกาลนี้

โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โจเอล มาติป ยังคงต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บระยะยาวโดยคาดการณ์ว่า แนท ฟิลลิปส์ กับ โอซาน คาบัค จะยังคงได้รับความไว้วางใจลงเล่นร่วมทัพในบทบาทคู่เซ็นเตอร์แบ็ค

หงส์แดง จะยังคงไร้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่ เคอร์ติส โจนส์ หายเดี้ยงกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองให้กับทีมได้ในเกมกับ วิลลา และจะมีชื่ออย่างน้อยบนม้านั่งสำรองให้กับ คล็อปป์ ในเกมนี้

ในแดนหน้า เจ้าถิ่นยังไร้ ดิว็อค โอริกี จากการบาดเจ็บขณะที่ ซาดิโอ มาเน ได้พักมาในเกมสุดสัปดาห์และดาวยิงทีมชาติ เซเนกัล จะกลับมามีชื่อเป็นตัวจริงในเกมนี้อย่างแน่นอนโดยที่ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน กับ ดิโอโก้ โชต้า จะขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งตัวจริงในบทบาทกองหน้าตัวเป้าหรือฟอลส์ไนน์

เรอัล มาดริด ไม่อาจใช้งานคีย์แมนอย่าง ดานี การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส และ ราฟาเอล วาราน ได้จากปัญหาอาการบาดเจ็บโดยที่ ลูคัส บาสเกซ เพิ่งเดี้ยงมาจากเกม เอล กลาซิโก้ และหมดสิทธิ์ลงสนามด้วยเช่นเดียวกัน

มีความเป็นไปได้สูงที่ อัลบาโร โอดริโอโซลา จะได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งแบ็คขวาดวลกับ ซาดิโอ มาเน ขณะที่ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ยืนยันว่าพร้อมจะลงสนามให้กับทีมของ ซีดาน แม้จะมีสภาพร่างกายไม่เต็มถังก็ตาม

เอแด็น อาซาร์ หายเจ็บกลับมาลงซ้อมกับ โลส บลังโกส เป็นที่เรียบร้อยแต่ยังไม่มีแมตช์ฟิตมากพอที่จะลงสนามช่วยทีม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *